สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการผลิตบัณฑิต ครั้งที่ 5

ผู้แบ่งปันความรู้ :
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วรรณวิมล    รุ่งธีระ
2. อาจารย์เกษม  ทิพย์ธาราจันทร์
3. อาจารย์วรวุฒิ  จิตขจรวานิช
4. อาจารย์ณรงค์  อนันควานิช

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. รองศาสตราจารย์กฤษดา  วิศวธีรานนท์
2. รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต  โรจน์อารยานนท์
3. รองศาสตราจารย์ ดร.พิชิต  สุขเจริญพงษ์
4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิศุทธิ์  พงศ์ชัยฤกษ์
5. อาจารย์ศิษฎ์ชฎา  อ่ำเทศ
6. อาจารย์ ดร.ฐิติพร  เลิศรัตน์เดชากุล
7. อาจารย์เธียรทศ  ประพฤติชอบ
8. อาจารย์อมรพันธ์  ชมกลิ่น
9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นรังสรรค์  วิไลสกุลยง
10. อาจารย์ลลิตา  ณ หนองคาย
11. อาจารย์สลิลา  ชีวกิดาการ
12. อาจารย์อดิศักดิ์  เสือสมิง
13. อาจารย์ ดร.นิดาพรรณ  สุรีรัตนันท์
14. อาจารย์ ดร.ภาสกร  อภิรักษ์วรพินิต
15. อาจารย์นิติรัตน์  ตัณฑเวช
16. อาจารย์ชาตรี  ทองวรรณ
17. อาจารย์ชาญ  จารุวงศ์รังสี
18. อาจารย์ภูวดล  ศิริกองธรรม
19. อาจารย์ปราณิสา  อิศรเสนา
20. อาจารย์ฐนสิน  ญาติสูงเนิน
21. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมขวัญ  ครุธบุญยงค์
22. อาจารย์ ดร.ทิวา  พาร์ค
23. อาจารย์น้ำพร  สถิรกุล
24. อาจารย์เอิบ  พงบุหงอ
25. อาจารย์ปิยาภรณ์  จันทร์สวย
26. อาจารย์กันต์  อาลัยญาติ
27. อาจารย์จิตรา  จันทราเกตุรวิ
28. อาจารย์วรินทร์  สุมนพันธุ์
29. คุณอัญชลี  อยู่นิ่ม
30. คุณนันท์นภัส  หวังศรีโรจน์
31. คุณสุชาดา  วรรณา
32. คุณดวงกมล ไชยพุทธ

การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

          โมโนซุคุริ (Monozukuri) เป็นวัฒนธรรมการผลิตสินค้าของญี่ปุ่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพโดยใช้ทักษะและเทคโนโลยี มีลักษณะสำคัญ ได้แก่ การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง, ใช้ทั้งทักษะและเทคโนโลยี, สินค้าตอบสนองความต้องการของลูกค้า, ผลิตเองทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ และ          มีการปรับปรุงการผลิตและสินค้าอย่างต่อเนื่อง (Kaizen)

          ในการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri จะเป็นการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างคนที่มี         จิตวิญญาณโมโนซุคุริ (Hitozukuri) โดยอาศัยหลักการต่างๆ ดังต่อไปนี้

          1. สร้างคนที่มีคุณภาพสูง

         2. มีทั้งทักษะ ความรู้ และเทคโนโลยี

         3. มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ

         4. คิดเป็นทำเป็น และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

         5. มีใจรักและทุ่มเทในการสร้างผลงานที่ดีที่สุด

         6. มีการปรับปรุงการสอนการสร้างคนอย่างต่อเนื่อง

         ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นได้นำหลัก Monozukuri มาใช้ประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอน โดยมีแนวคิดหลักคือ “การลงมือปฏิบัติจริง” คณะ/สำนักวิชาจะต้องมีการกำหนดให้นักศึกษาได้ผลิตผลงาน/ชิ้นงานด้วยตนเอง

เกร็ดความรู้จากการศึกษาดูงาน Monozukuri ณ ประเทศญี่ปุ่น

          จากการศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เห็นวัฒนธรรมการทำงานแบบ Monozukuri ที่ผู้บริหารระดับสูงจะเน้นการสร้างให้บุคลากรมีจิตสำนึก (Spirit) ในการทำงานแบบ Monozukuri ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยการจะทำให้บุคลากรมีจิตสำนึกได้นั้น ผู้บริหารจะต้องสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้บุคลากรทุกระดับมีความเชื่อที่จะทำตามหลัก Monozukuri ทำให้ Monozukuri เป็นเหมือนวิถีชีวิตของบุคลากรทุกคน ซึ่งบริษัทแต่ละแห่งจะเน้นให้บุคลากรสร้างผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ให้มองว่าลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด จะต้องพยายามทำให้ลูกค้ามีความสุข แต่ในขณะเดียวกัน จะต้องทำให้ตัวเองและครอบครัว รวมถึงสังคมรอบด้านมีความสุขด้วย การที่บุคลากรมีความสุขในการทำงาน จะทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และในทุกครั้งที่สร้างสรรค์ผลงานออกมา จะต้องคิดว่า ต่อไปจะต้องสร้างสรรค์ผลงานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก

          เมื่อพิจารณาถึงการทำงานตามหลัก Monozukuri แล้ว หากนำมาเปรียบเทียบกับการจัดการเรียน การสอนของสถาบัน จะเห็นว่า อาจารย์ส่วนใหญ่เน้นให้นักศึกษามีความรู้และทักษะที่จะปฏิบัติงานได้ แต่ยังขาดการสร้างจิตสำนึกในการทำงานแบบ Monozukuri ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องพัฒนาในการจัดการเรียนการสอนของสถาบันต่อไป

รูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

          ในการจัดการเรียนการสอนแต่ละรายวิชาจะมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกันให้เหมาะสมกับบริบทและเป้าหมายของรายวิชานั้นๆ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนจะมีพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการเรียนต่อนักศึกษามากที่สุด โดยในปีการศึกษาที่ผ่านมา มีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ดังนี้

         1. การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของสำนักวิชาพื้นฐานและภาษา

         - เน้นให้จัดการเรียนทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติจริง

         - กำหนดให้มีการสอนแบบ Team Teaching ระหว่างอาจารย์ชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสได้สื่อสารกับเจ้าของภาษาในทุกรายวิชา

         - มีการทดสอบพัฒนาการในการสื่อสารเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษากระตือรือร้นและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

         - มีการจัดชั่วโมงสนทนา (Chat Room) กับอาจารย์แบบตัวต่อตัว

         - มีการจัดโครงการเพื่อพัฒนาทักษะในการสื่อสารกับชาวต่างชาตินอกห้องเรียน เช่น กิจกรรม ให้นักศึกษานำเที่ยวเมืองโบราณให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นชาวญี่ปุ่น

         กรณีศึกษา : รายวิชา JBJ-202 ภาษาญี่ปุ่นสำหรับบริหารธุรกิจ 6

         รายวิชานี้เป็นรายวิชาที่เน้นให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจในวิธีการใช้คำศัพท์ รูปประโยคและวิธีการพูดภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน รวมถึงรายงานโครงงานเป็นภาษาญี่ปุ่น และเพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์

         รายวิชานี้มีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการเล่นบทบาทสมมติ (Role Play) โดยให้นักศึกษาสร้างบทสนทนาจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ และเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างบทสนทนาที่นักศึกษาสร้างขึ้นเองกับที่อาจารย์สอน ซึ่งเป็นการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด มีการลองผิดลองถูก และแก้ไขทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

         2. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

         - สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้วยใจ เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษามีความกระตือรือร้นที่จะเรียนด้วยตนเอง โดยการปลูกจิตสำนึกให้กับนักศึกษา ใช้เครื่องมือในการสื่อสารที่เหมาะสมกับนักศึกษา เช่น Google App for Education ให้นักศึกษาสร้างสรรค์ผลงานด้วยใจ โดยการสร้างสรรค์ผลงานที่นักศึกษามีความสนใจ

         - มีการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนและผู้สอนอย่างต่อเนื่องตามหลัก Kaizen และแสวงหาวิธีการสอน/การสื่อสารที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการสอนเพิ่มมากขึ้น

         - มอบหมายงานที่เพิ่มความสามารถให้กับนักศึกษา เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม

         กรณีศึกษา : รายวิชา BIS-105 ระบบสารสนเทศเบื้องต้น

         รายวิชานี้เป็นรายวิชาที่เน้นให้นักศึกษามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ และเนื่องจากเป็นชั้นเรียนบรรยายที่มีจำนวนนักศึกษาต่อกลุ่มเรียนมาก อาจารย์ผู้สอนจึงต้องสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาเข้าเรียน นอกจากนี้ อาจารย์ผู้สอนยังมีการนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน เช่น Google+ Community ใช้ในการสื่อสารกับนักศึกษา ทั้งการสั่งงาน การขอคำปรึกษาทางการเรียน รวมถึงนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อให้นักศึกษาเป็นคนที่ทันต่อเหตุการณ์, Google Hangout ใช้ในการเรียนออนไลน์, และ Prezi ใช้ในการสร้างสื่อนำเสนอที่น่าสนใจ เป็นต้น รวมถึง ในแต่ละครั้งของการจัดการเรียนการสอน อาจารย์ผู้สอนจะมีการสอดแทรกเนื้อหา เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทำงานด้วยใจ ซึ่งจะทำให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด และในการมอบหมายงาน จะมีการกำหนดให้นักศึกษาจะต้องใช้เทคโนโลยีในการนำเสนองาน เช่น ให้ทำเว็บไซต์ด้วย Google Site เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการฝึกฝนทักษะทั้งในเรื่องของการสร้างเนื้อหาและการนำเสนองานด้วยเทคโนโลยี

         นอกจากนี้ อาจารย์จะมีการให้ความรู้เพิ่มเติมกับนักศึกษาทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียน และเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ข่าวและเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน แนวโน้มอนาคต คุณธรรมจริยธรรมที่พึงกระทำ และกรณีศึกษาจากประสบการณ์จริงในปัจจุบัน โดยอาจนำมาเผยแพร่ในรูปแบบของวีดิโอคลิป เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจง่ายมากขึ้น

         3. การจัดการเรียนการสอนแบบ Project-Base Learning ของคณะวิศวกรรมศาสตร์

         - มีการมอบหมายงานให้นักศึกษาได้ประยุกต์ความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง หรือเป็นโจทย์งานที่มาจากสถานการณ์จริงในอุตสาหกรรม

         - ให้นักศึกษาเลือกหัวข้อโครงงานตามความสนใจของตัวเอง เพื่อให้นักศึกษาเกิดแรงบันดาลใจ กระตือรือร้นในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น

         - กำหนดให้มีการส่งงานเป็นระยะๆ เพื่อสังเกตพัฒนาการของชิ้นงาน

         - มีการให้คำปรึกษานอกห้องเรียน

          กรณีศึกษา : รายวิชา INT-101 การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

         รายวิชานี้เป็นรายวิชาที่เน้นให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้แสดงผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเพื่อให้นักศึกษามีความสุขและกระตือรือร้นในการเรียน อาจารย์ผู้สอนจึงให้นักศึกษาเป็นผู้กำหนดหัวข้อของโครงการตามความสนใจ และต้องรายงานความก้าวหน้าของงานเป็นระยะ เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนทราบความคืบหน้าของโครงงาน รวมถึงสามารถสอบถามถึงความเข้าใจในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของนักศึกษาได้ด้วย

แนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

1. อาจารย์ควรเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะสามารถพัฒนาความสามารถของนักศึกษาได้มากขึ้น

2. อาจารย์ควรจะหาโอกาสในการให้นักศึกษาได้ใช้ทักษะในการปฏิบัติจริง

3. อาจารย์จะต้องสร้างเวทีในการแสดงผลงานของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้จากผลงานของนักศึกษาด้วยกัน อีกทั้งเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน

4. ควรมีการกำหนดเกณฑ์ในการประเมินผลงาน/ชิ้นงานที่มีมาตรฐานและชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานที่มีความหลากหลายได้อย่างยุติธรรม

5. อาจารย์ควรพิจารณาการทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นขยายขอบเขตของความรู้ รวมถึงเป็นการปูทางไปสู่การเรียนการสอนร่วมกันในอนาคต

6. อาจารย์ควรมีการประเมินผลการจัดการเรียนการสอน และนำมีแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาต่อไป

7. สถาบันฯ ควรมีแนวทางในการทำให้นักศึกษาทุกคนเข้าใจในหลัก Monozukuri ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ไม่เพียงแค่เรื่องของความรู้หรือทักษะ แต่รวมถึงการปลูกจิตสำนึกแบบ Monozukuri ด้วย

8. ควรมีการเสริมความรู้นอกห้องเรียนให้กับนักศึกษา โดยอาจนำเสนอผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้เป็นแหล่งในการเรียนรู้เพิ่มเติมได้

9. ควรมีการนำนักศึกษาไปศึกษาดูงานในโรงงานอุตสาหกรรมจริง โดยอาศัยเครือข่ายความร่วมมือของสถาบันกับหน่วยงานภายนอก