Archives for admin

สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการวิจัย ครั้งที่ 5

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. ผศ.ดร.วิมล  แสนอุ้ม
2. ดร.ฐิติพร  เลิศรัตน์เดชากุล
3. ผศ.เฉลิมขวัญ  ครุธบุญยงค์
4. อาจารย์ชลธิชา  นางาม
5. คุณวรีรัตน์  วรจันทร์
6. คุณนันท์นภัส  หวังศรีโรจน์

กรณีศึกษางานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์
ผลงานที่มีการนำเสนอเป็นกรณีตัวอย่างของงานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ของคณะบริหารธุรกิจจำนวน 2 เรื่อง  ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ดำเนินภายใต้โครงการการจัดการความรู้ ด้านการวิจัยของคณะบริหารธุรกิจ ชื่อโครงการ “นักวิจัยพี่เลี้ยงอย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ”  ดังนี้คือ
1.  ผลงานวิจัยเรื่อง  “แนวทางในการคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์  OTOP ของกลุ่มหัตถกรรมหวาย : กรณีศึกษาหมู่บ้านทางกลาง   หมู่ 3 และหมู่ 4   ตำบลทางกลาง   อำเภอบางปะหัน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”  โดยหน่วยงานที่มีการนำไปใช้ประโยชน์คือ  กลุ่มหัตถกรรมหวายหมู่บ้านทางกลาง  หมู่ 3 และหมู่ 4 ตำบลทางกลาง อำเภอบางปะหัน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
2.  ผลงานวิจัยเรื่อง “The Use of English as a medium of instruction in Thai-Japanese Institutions : Perceptions from the IBM Instructors, Students and Parent.” โดยหน่วยงานที่มีการนำไปใช้ประโยชน์คือ  International Business Management Major, BA

**เนื่องจากผลงานวิจัยที่นำมาใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีลิขสิทธิ์ จึงไม่สามารถเผยแพร่ภายนอกสถาบันได้**

ดาวน์โหลดเป็น PDF File (เฉพาะบุคลากรภายในสถาบัน)

เอกสารเผยแพร่ โครงการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “นักวิจัยพี่เลี้ยงอย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ” คณะบริหารธุรกิจ

คณะบริหารธุรกิจ ได้จัดโครงการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “นักวิจัยพี่เลี้ยงอย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ” เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ณ ห้องประชุม คณะบริหารธุรกิจ โดยได้มีการสรุปเนื้ิอหาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไว้ใน เอกสารเผยแพร่ โครงการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “นักวิจัยพี่เลี้ยงอย่างสร้างสรรค์และมีคุณภาพ” คณะบริหารธุรกิจ

เอกสารเผยแพร่ “การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri” ปีการศึกษา 2556

ในปีการศึกษา 2556 สถาบันฯ ได้จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และโครงการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri” เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 ณ ห้อง A601 อาคาร A โดยได้มีการสรุปเนื้ิอหาในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  รวมถึงกรณีศึกษาผลการจัดการเรียนการสอนไว้ใน เอกสารเผยแพร่ “การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการวิจัย ครั้งที่ 4

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. ผศ.ดร.วิมล  แสนอุ้ม
2. ดร.ฐิติพร    เลิศรัตน์เดชากุล
3. ผศ.เฉลิมขวัญ  ครุธบุญยงค์
4. อาจารย์ชลธิชา  นางาม
5. คุณวรีรัตน์     วรจันทร์
6. คุณนันท์นภัส  หวังศรีโรจน์

กรณีศึกษางานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์    
ผลงานที่มีการนำเสนอเป็นกรณีตัวอย่างของงานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 2 เรื่อง  ดังนี้คือ
1.  ผลงานวิจัยเชิงวิชาการเรื่อง  “การวิเคราะห์หาความเป็นไปได้ในการระบุเพศปลามังกรโดยใช้เทคนิคของTRIZ”  โดยหน่วยงานที่มีการนำไปใช้ประโยชน์คือ  ฟาร์ม Siam Arowana
2.  ผลงานวิจัยเชิงวิชาการเรื่อง “วิธีการเชิงระบบในการแก้ปัญหาข้อบกพร่องของงานเชื่อมระหว่างการบำรุงรักษาท่อส่งน้ำมันที่มีผลมาจากสนามแม่เหล็กตกค้างอันเกิดจากอุปกรณ์ MFL โดยใช้เทคนิคของ TRIZ (ทฤษฎีการแก้ไขปัญหาเชิงประดิษฐ์คิดค้น)”  โดยหน่วยงานที่มีการนำไปใช้ประโยชน์คือ  บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปริโตเลียม จำกัด (มหาชน)

**เนื่องจากผลงานวิจัยที่นำมาใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีลิขสิทธิ์ จึงไม่สามารถเผยแพร่ภายนอกสถาบันได้**

ดาวน์โหลดเป็น PDF File (เฉพาะบุคลากรภายในสถาบัน)

นิทรรศการ “เปิดโลก Monozukuri in Education ครั้งที่ 2”

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 รศ.กฤษดา วิศวธีรานนท์ อธิการบดี ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานนิทรรศการ “เปิดโลก Monozukuri in Education ครั้งที่ 2″ พร้อมทั้งมอบวุฒิบัตรให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมแสดงผลงาน โดยมี รศ.ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ รศ.ดร.พิชิต สุขเจริญพงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ให้เกียรติเข้าร่วมชมนิทรรศการครั้งนี้ ณ โถงชั้น 2 อาคาร A สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานของนักศึกษาที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนการแลกเปลียนเรียนรู้นี้จัดขึ้นเพื่อให้คณาจารย์ภายในสถาบันได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง “การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ครั้งที่ 5″

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 รศ.กฤษฎา วิศวธีรานนท์ อธิการบดี ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดการกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการผลิตบัณฑิต เรื่อง “การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ครั้งที่ 5″ โดยมี รศ.ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ รศ.ดร.พิชิต สุขเจริญพงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ให้เกียรติเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ณ ห้อง A601 สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งการแลกเปลียนเรียนรู้นี้จัดขึ้นเพื่อให้คณาจารย์ภายในสถาบันได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri สำหรับวิทยากรที่เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประกอบด้วย ผศ.ดร.วรรณวิมล รุ่งธีระ ผู้อำนวยการสำนักวิชาพื้นฐานและภาษา, อาจารย์เกษม ทิพย์ธาราจันทร์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและประกันคุณภาพ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ และอาจารย์วรวุฒิ จิตขจรวานิช ประธานหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และดำเนินรายการโดย อาจารย์ณรงค์ อนันควานิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ทั้งนี้ มีคณาจารย์ให้ความสนใจเข้าร่วมประมาณ 50 คน

 

สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการผลิตบัณฑิต ครั้งที่ 5

ผู้แบ่งปันความรู้ :
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วรรณวิมล    รุ่งธีระ
2. อาจารย์เกษม  ทิพย์ธาราจันทร์
3. อาจารย์วรวุฒิ  จิตขจรวานิช
4. อาจารย์ณรงค์  อนันควานิช

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. รองศาสตราจารย์กฤษดา  วิศวธีรานนท์
2. รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต  โรจน์อารยานนท์
3. รองศาสตราจารย์ ดร.พิชิต  สุขเจริญพงษ์
4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิศุทธิ์  พงศ์ชัยฤกษ์
5. อาจารย์ศิษฎ์ชฎา  อ่ำเทศ
6. อาจารย์ ดร.ฐิติพร  เลิศรัตน์เดชากุล
7. อาจารย์เธียรทศ  ประพฤติชอบ
8. อาจารย์อมรพันธ์  ชมกลิ่น
9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นรังสรรค์  วิไลสกุลยง
10. อาจารย์ลลิตา  ณ หนองคาย
11. อาจารย์สลิลา  ชีวกิดาการ
12. อาจารย์อดิศักดิ์  เสือสมิง
13. อาจารย์ ดร.นิดาพรรณ  สุรีรัตนันท์
14. อาจารย์ ดร.ภาสกร  อภิรักษ์วรพินิต
15. อาจารย์นิติรัตน์  ตัณฑเวช
16. อาจารย์ชาตรี  ทองวรรณ
17. อาจารย์ชาญ  จารุวงศ์รังสี
18. อาจารย์ภูวดล  ศิริกองธรรม
19. อาจารย์ปราณิสา  อิศรเสนา
20. อาจารย์ฐนสิน  ญาติสูงเนิน
21. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมขวัญ  ครุธบุญยงค์
22. อาจารย์ ดร.ทิวา  พาร์ค
23. อาจารย์น้ำพร  สถิรกุล
24. อาจารย์เอิบ  พงบุหงอ
25. อาจารย์ปิยาภรณ์  จันทร์สวย
26. อาจารย์กันต์  อาลัยญาติ
27. อาจารย์จิตรา  จันทราเกตุรวิ
28. อาจารย์วรินทร์  สุมนพันธุ์
29. คุณอัญชลี  อยู่นิ่ม
30. คุณนันท์นภัส  หวังศรีโรจน์
31. คุณสุชาดา  วรรณา
32. คุณดวงกมล ไชยพุทธ

การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

          โมโนซุคุริ (Monozukuri) เป็นวัฒนธรรมการผลิตสินค้าของญี่ปุ่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพโดยใช้ทักษะและเทคโนโลยี มีลักษณะสำคัญ ได้แก่ การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง, ใช้ทั้งทักษะและเทคโนโลยี, สินค้าตอบสนองความต้องการของลูกค้า, ผลิตเองทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ และ          มีการปรับปรุงการผลิตและสินค้าอย่างต่อเนื่อง (Kaizen)

          ในการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri จะเป็นการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างคนที่มี         จิตวิญญาณโมโนซุคุริ (Hitozukuri) โดยอาศัยหลักการต่างๆ ดังต่อไปนี้

          1. สร้างคนที่มีคุณภาพสูง

         2. มีทั้งทักษะ ความรู้ และเทคโนโลยี

         3. มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ

         4. คิดเป็นทำเป็น และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

         5. มีใจรักและทุ่มเทในการสร้างผลงานที่ดีที่สุด

         6. มีการปรับปรุงการสอนการสร้างคนอย่างต่อเนื่อง

         ซึ่งสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นได้นำหลัก Monozukuri มาใช้ประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนการสอน โดยมีแนวคิดหลักคือ “การลงมือปฏิบัติจริง” คณะ/สำนักวิชาจะต้องมีการกำหนดให้นักศึกษาได้ผลิตผลงาน/ชิ้นงานด้วยตนเอง

เกร็ดความรู้จากการศึกษาดูงาน Monozukuri ณ ประเทศญี่ปุ่น

          จากการศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เห็นวัฒนธรรมการทำงานแบบ Monozukuri ที่ผู้บริหารระดับสูงจะเน้นการสร้างให้บุคลากรมีจิตสำนึก (Spirit) ในการทำงานแบบ Monozukuri ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยการจะทำให้บุคลากรมีจิตสำนึกได้นั้น ผู้บริหารจะต้องสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้บุคลากรทุกระดับมีความเชื่อที่จะทำตามหลัก Monozukuri ทำให้ Monozukuri เป็นเหมือนวิถีชีวิตของบุคลากรทุกคน ซึ่งบริษัทแต่ละแห่งจะเน้นให้บุคลากรสร้างผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ให้มองว่าลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด จะต้องพยายามทำให้ลูกค้ามีความสุข แต่ในขณะเดียวกัน จะต้องทำให้ตัวเองและครอบครัว รวมถึงสังคมรอบด้านมีความสุขด้วย การที่บุคลากรมีความสุขในการทำงาน จะทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และในทุกครั้งที่สร้างสรรค์ผลงานออกมา จะต้องคิดว่า ต่อไปจะต้องสร้างสรรค์ผลงานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก

          เมื่อพิจารณาถึงการทำงานตามหลัก Monozukuri แล้ว หากนำมาเปรียบเทียบกับการจัดการเรียน การสอนของสถาบัน จะเห็นว่า อาจารย์ส่วนใหญ่เน้นให้นักศึกษามีความรู้และทักษะที่จะปฏิบัติงานได้ แต่ยังขาดการสร้างจิตสำนึกในการทำงานแบบ Monozukuri ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องพัฒนาในการจัดการเรียนการสอนของสถาบันต่อไป

รูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

          ในการจัดการเรียนการสอนแต่ละรายวิชาจะมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกันให้เหมาะสมกับบริบทและเป้าหมายของรายวิชานั้นๆ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนจะมีพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการเรียนต่อนักศึกษามากที่สุด โดยในปีการศึกษาที่ผ่านมา มีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ดังนี้

         1. การจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของสำนักวิชาพื้นฐานและภาษา

         - เน้นให้จัดการเรียนทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติจริง

         - กำหนดให้มีการสอนแบบ Team Teaching ระหว่างอาจารย์ชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้นักศึกษามีโอกาสได้สื่อสารกับเจ้าของภาษาในทุกรายวิชา

         - มีการทดสอบพัฒนาการในการสื่อสารเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษากระตือรือร้นและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

         - มีการจัดชั่วโมงสนทนา (Chat Room) กับอาจารย์แบบตัวต่อตัว

         - มีการจัดโครงการเพื่อพัฒนาทักษะในการสื่อสารกับชาวต่างชาตินอกห้องเรียน เช่น กิจกรรม ให้นักศึกษานำเที่ยวเมืองโบราณให้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นชาวญี่ปุ่น

         กรณีศึกษา : รายวิชา JBJ-202 ภาษาญี่ปุ่นสำหรับบริหารธุรกิจ 6

         รายวิชานี้เป็นรายวิชาที่เน้นให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจในวิธีการใช้คำศัพท์ รูปประโยคและวิธีการพูดภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน รวมถึงรายงานโครงงานเป็นภาษาญี่ปุ่น และเพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์

         รายวิชานี้มีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการเล่นบทบาทสมมติ (Role Play) โดยให้นักศึกษาสร้างบทสนทนาจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ และเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างบทสนทนาที่นักศึกษาสร้างขึ้นเองกับที่อาจารย์สอน ซึ่งเป็นการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด มีการลองผิดลองถูก และแก้ไขทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

         2. การจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

         - สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้วยใจ เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษามีความกระตือรือร้นที่จะเรียนด้วยตนเอง โดยการปลูกจิตสำนึกให้กับนักศึกษา ใช้เครื่องมือในการสื่อสารที่เหมาะสมกับนักศึกษา เช่น Google App for Education ให้นักศึกษาสร้างสรรค์ผลงานด้วยใจ โดยการสร้างสรรค์ผลงานที่นักศึกษามีความสนใจ

         - มีการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนและผู้สอนอย่างต่อเนื่องตามหลัก Kaizen และแสวงหาวิธีการสอน/การสื่อสารที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการสอนเพิ่มมากขึ้น

         - มอบหมายงานที่เพิ่มความสามารถให้กับนักศึกษา เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม

         กรณีศึกษา : รายวิชา BIS-105 ระบบสารสนเทศเบื้องต้น

         รายวิชานี้เป็นรายวิชาที่เน้นให้นักศึกษามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ และเนื่องจากเป็นชั้นเรียนบรรยายที่มีจำนวนนักศึกษาต่อกลุ่มเรียนมาก อาจารย์ผู้สอนจึงต้องสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษาเข้าเรียน นอกจากนี้ อาจารย์ผู้สอนยังมีการนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน เช่น Google+ Community ใช้ในการสื่อสารกับนักศึกษา ทั้งการสั่งงาน การขอคำปรึกษาทางการเรียน รวมถึงนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อให้นักศึกษาเป็นคนที่ทันต่อเหตุการณ์, Google Hangout ใช้ในการเรียนออนไลน์, และ Prezi ใช้ในการสร้างสื่อนำเสนอที่น่าสนใจ เป็นต้น รวมถึง ในแต่ละครั้งของการจัดการเรียนการสอน อาจารย์ผู้สอนจะมีการสอดแทรกเนื้อหา เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทำงานด้วยใจ ซึ่งจะทำให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด และในการมอบหมายงาน จะมีการกำหนดให้นักศึกษาจะต้องใช้เทคโนโลยีในการนำเสนองาน เช่น ให้ทำเว็บไซต์ด้วย Google Site เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสในการฝึกฝนทักษะทั้งในเรื่องของการสร้างเนื้อหาและการนำเสนองานด้วยเทคโนโลยี

         นอกจากนี้ อาจารย์จะมีการให้ความรู้เพิ่มเติมกับนักศึกษาทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียน และเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ข่าวและเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน แนวโน้มอนาคต คุณธรรมจริยธรรมที่พึงกระทำ และกรณีศึกษาจากประสบการณ์จริงในปัจจุบัน โดยอาจนำมาเผยแพร่ในรูปแบบของวีดิโอคลิป เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจง่ายมากขึ้น

         3. การจัดการเรียนการสอนแบบ Project-Base Learning ของคณะวิศวกรรมศาสตร์

         - มีการมอบหมายงานให้นักศึกษาได้ประยุกต์ความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง หรือเป็นโจทย์งานที่มาจากสถานการณ์จริงในอุตสาหกรรม

         - ให้นักศึกษาเลือกหัวข้อโครงงานตามความสนใจของตัวเอง เพื่อให้นักศึกษาเกิดแรงบันดาลใจ กระตือรือร้นในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น

         - กำหนดให้มีการส่งงานเป็นระยะๆ เพื่อสังเกตพัฒนาการของชิ้นงาน

         - มีการให้คำปรึกษานอกห้องเรียน

          กรณีศึกษา : รายวิชา INT-101 การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

         รายวิชานี้เป็นรายวิชาที่เน้นให้นักศึกษาลงมือปฏิบัติในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้แสดงผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเพื่อให้นักศึกษามีความสุขและกระตือรือร้นในการเรียน อาจารย์ผู้สอนจึงให้นักศึกษาเป็นผู้กำหนดหัวข้อของโครงการตามความสนใจ และต้องรายงานความก้าวหน้าของงานเป็นระยะ เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนทราบความคืบหน้าของโครงงาน รวมถึงสามารถสอบถามถึงความเข้าใจในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของนักศึกษาได้ด้วย

แนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

1. อาจารย์ควรเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะสามารถพัฒนาความสามารถของนักศึกษาได้มากขึ้น

2. อาจารย์ควรจะหาโอกาสในการให้นักศึกษาได้ใช้ทักษะในการปฏิบัติจริง

3. อาจารย์จะต้องสร้างเวทีในการแสดงผลงานของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้จากผลงานของนักศึกษาด้วยกัน อีกทั้งเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน

4. ควรมีการกำหนดเกณฑ์ในการประเมินผลงาน/ชิ้นงานที่มีมาตรฐานและชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินผลงานที่มีความหลากหลายได้อย่างยุติธรรม

5. อาจารย์ควรพิจารณาการทำงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นขยายขอบเขตของความรู้ รวมถึงเป็นการปูทางไปสู่การเรียนการสอนร่วมกันในอนาคต

6. อาจารย์ควรมีการประเมินผลการจัดการเรียนการสอน และนำมีแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาต่อไป

7. สถาบันฯ ควรมีแนวทางในการทำให้นักศึกษาทุกคนเข้าใจในหลัก Monozukuri ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ไม่เพียงแค่เรื่องของความรู้หรือทักษะ แต่รวมถึงการปลูกจิตสำนึกแบบ Monozukuri ด้วย

8. ควรมีการเสริมความรู้นอกห้องเรียนให้กับนักศึกษา โดยอาจนำเสนอผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้เป็นแหล่งในการเรียนรู้เพิ่มเติมได้

9. ควรมีการนำนักศึกษาไปศึกษาดูงานในโรงงานอุตสาหกรรมจริง โดยอาศัยเครือข่ายความร่วมมือของสถาบันกับหน่วยงานภายนอก

 

สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการวิจัย ครั้งที่ 3

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. ดร.ฐิติพร  เลิศรัตน์เดชากุล
2. อาจารย์ชลธิชา  นางาม
3. คุณวรีรัตน์     วรจันทร์
4. คุณนันท์นภัส  หวังศรีโรจน์

กรณีศึกษางานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์
ผลงานที่มีการนำเสนอเป็นกรณีตัวอย่างของงานวิจัยที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 2 เรื่อง  ดังนี้คือ
1.  ผลงานวิจัยที่ดำเนินการร่วมกับนักศึกษาในลักษณะของโครงงานสหกิจศึกษาเรื่อง  “ระบบบริหารจัดการห้องประชุมวิดีทัศน์ทางไกล  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”  โดยหน่วยงานที่มีการนำไปใช้ประโยชน์คือ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2.  ผลงานวิจัยเพื่อการเรียนการสอนเรื่อง “Influential Factors related to International and Exchanges Programs in Information Technology”  โดยหน่วยงานที่มีการนำไปใช้ประโยชน์คือ  NSG Group

**เนื่องจากผลงานวิจัยที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีลิขสิทธิ์ จึงไม่สามารถเผยแพร่ภายนอกสถาบันได้**

ดาวน์โหลดเป็น PDF File (เฉพาะบุคลากรภายในสถาบัน)

สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการผลิตบัณฑิต ครั้งที่ 4

ผู้แบ่งปันความรู้ : อาจารย์เกษม ทิพย์ธาราจันทร์

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. ผศ.ดร. พิศุทธิ์  พงศ์ชัยฤกษ์
2. ผศ.เฉลิมขวัญ  ครุธบุญยงค์
3. อาจารย์ปิยาภรณ์   จันทร์สวย
4. คุณดวงกมล   ไชยพุทธ
5. คุณนันท์นภัส  หวังศรีโรจน์

การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ตามหลัก Monozukuri

          ในการจัดการเรียนการสอนของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ เน้นให้นักศึกษาสร้างสรรค์ผลงานด้วยใจ มีการปรับปรุงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตามหลัก Kaizen โดยเริ่มจากอาจารย์ผู้สอนทุกคนจะต้องดำเนินการเรียนการสอนตามหลัก Kaizen โดย

1. Commitment มีการทำข้อตกลงกับนักศึกษาตั้งแต่คาบแรก

2. Preparation มีการเตรียมพร้อมในการสอน

3. Organization มีความระเบียบวินัย

4. Tolerance มีความอดทน

5. Story Telling มีการจัดลำดับเรื่องราวให้เข้าใจได้ง่าย

6. Open for Questions เปิดโอกาสให้นักศึกษาถามในสิ่งที่สงสัย

7. Innovation สนใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

8. Technology Enthusiast กระตือรือร้นในเรื่องเทคโนโลยี

9. Social พัฒนารูปแบบการสื่อสารให้ตรงกับนักศึกษา

10. Geek สอนด้วยใจรัก

นอกเหนือจากการดำเนินการสอนตามหลัก Kaizen แล้ว อาจารย์ผู้สอนจะต้องปลูกจิตสำนึกให้กับนักศึกษา โดยเน้นให้นักศึกษาตระหนักถึง TNI Way แนวทางการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri, หลัก Kaizen, 5ส และกระบวนการประกันคุณภาพ โดยอาศัยเครื่องมือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เช่น Google+ Community ใช้ในการสื่อสารกับนักศึกษา ทั้งการสั่งงาน การขอคำปรึกษาทางการเรียน รวมถึงนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อให้นักศึกษาเป็นคนที่ทันต่อเหตุการณ์, Google Drive ใช้ในการเก็บเอกสารประกอบการเรียน เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่, Google Spreadsheet ใช้ในการแสดงผลคะแนนของนักศึกษา เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาตื่นตัวและกระตือรือร้นในการเรียน, Google Form ใช้ในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอน เพื่อนำมาปรับปรุงต่อไป, Google Site ใช้ในการนำเสนอผลงานของนักศึกษา, Google Hangout ใช้ในการเรียนออนไลน์, Google Calendar ใช้ในการนัดหมายการเรียน การนำเสนอผลงาน และ Prezi ใช้ในการสร้างสื่อนำเสนอที่น่าสนใจ

ในส่วนของการมอบหมายงาน อาจารย์จะมีหลักในการปฏิบัติดังนี้

1. งานเดี่ยว จะเป็นงานที่เน้นการเรียนรู้พื้นฐาน

2. งานกลุ่ม จะเป็นงานที่เน้นการทำงานเป็นทีม

3. นักศึกษาจะต้องเรียนรู้เครื่องมือในการทำงานด้วยตนเอง

4. นักศึกษาสามารถเลือกเนื้อหาที่ชอบได้เอง

5. นักศึกษาจะต้องนำเสนอผลงาน

6. นักศึกษาต้องมีจิตอาสา

7. นักศึกษาต้องมีระเบียบวินัยแบบญี่ปุ่น ต้องมาเรียนก่อนเวลา

8. นักศึกษาต้องแต่งกายให้เรียบร้อย และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

นอกจากนี้ อาจารย์จะมีการให้ความรู้เพิ่มเติมกับนักศึกษาทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียน และเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น ข่าวและเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน แนวโน้มอนาคต คุณธรรมจริยธรรมที่พึงกระทำ และกรณีศึกษาจากประสบการณ์จริงในปัจจุบัน โดยอาจนำมาเผยแพร่ในรูปแบบของวีดิโอคลิป เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจง่ายมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

1. สถาบันจะเป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้แบบ Monozukuri

2. อาจารย์สอนด้วยใจ และนักศึกษาเรียนด้วยใจ

3. นักศึกษามีคุณธรรมจริยธรรม

4. นักศึกษามีระเบียบวินัย

5. นักศึกษามีทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

6. นักศึกษาและอาจารย์รักสถาบัน รักงานที่ทำ รักคุณภาพ

7. นักศึกษาและอาจารย์มีการปรับปรุงการทำงานอย่างสม่ำเสมอด้วยการ Kaizen

8. นักศึกษาและอาจารย์สามารถใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

 ประโยชน์และข้อเสนอแนะจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

          1. อาจารย์ผู้สอนจะต้องสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักศึกษา โดยอาศัยเครื่องมือทางการสื่อสาร เช่น Google App for Eduation

            2. อาจารย์ผู้สอนจะต้องปลูกฝังจิตสำนึกในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการปรับปรุงตนเองอย่างต่อเนื่องตามหลัก Kaizen

 แนวปฏิบัติที่ดีหรือแนวทางที่ดีที่จะนำไปใช้

          การนำหลัก Monozukuri มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน นอกจากเหนือจากการให้ความรู้และฝึกทักษะ จะต้องสอนให้นักศึกษาสามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นมากในการทำงานจริง

ดาวน์โหลดเป็น PDF File (เฉพาะบุคลากรภายในสถาบัน)

สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการผลิตบัณฑิต ครั้งที่ 3

ผู้แบ่งปันความรู้ : อาจารย์ปิยาภรณ์  จันทร์สวย

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. ผศ.ดร. พิศุทธิ์  พงศ์ชัยฤกษ์
2. อาจารย์เกษม  ทิพย์ธาราจันทร์
3. ผศ.เฉลิมขวัญ  ครุธบุญยงค์
4. คุณดวงกมล  ไชยพุทธ
5. คุณนันท์นภัส  หวังศรีโรจน์

การฝึกทักษะทางภาษาตามหลักโมโนซุกุริ : การศึกษาจากกรณีศึกษาจริง

          ในการจัดการเรียนการสอนของสำนักวิชาพื้นฐานและภาษา เน้นให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการสื่อสารกับเจ้าของภาษาในสถานการณ์จริงตามหลัก Monozukuri ยกตัวอย่างเช่น รายวิชา JBJ-202 ภาษาญี่ปุ่นสำหรับบริหารธุรกิจ 6 ซึ่งเป็นรายวิชาที่เน้นให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจในวิธีการใช้คำศัพท์ รูปประโยคและวิธีการพูดภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวัน รวมถึงรายงานโครงงานเป็นภาษาญี่ปุ่น และเพื่อให้การเรียนการสอนบรรลุตามวัตถุประสงค์ อาจารย์ผู้สอนได้กำหนดรายละเอียดในการจัดการเรียนการสอน ดังนี้

1. เนื้อหาหลักในรายวิชา

- บทสนทนาในชีวิตประจำวัน

- การรายงานโครงงานเป็นภาษาญี่ปุ่น (โครงงานรายบุคคล)

2. ระยะเวลาในการเรียน

- เรียนสัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 1.5 ชั่วโมง รวมสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง

3. รูปแบบการจัดการเรียนการสอน

- การเรียนการสอนบทสนทนาในชีวิตประจำวัน

เป็นการเรียนการสอนแบบบทบาทสมมติ (Role Play) โดยให้นักศึกษาสร้างบทสนทนาจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ และเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างบทสนทนาที่นักศึกษาสร้างขึ้นเองกับที่อาจารย์สอน ซึ่งเป็นการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาด มีการลองผิดลองถูก และแก้ไขทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

- การรายงานโครงงานเป็นภาษาญี่ปุ่น

โครงงานมีการกำหนดหัวข้อให้นักศึกษาเขียนเรียงความเป็นภาษาญี่ปุ่น 1 หน้ากระดาษ A4 โดยจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำ มีการส่งงานเป็นระยะที่กำหนด และทำการฝึกการรายงานโครงงานรวมถึงการตอบคำถามเกี่ยวกับโครงงานเป็นภาษาญี่ปุ่น

4. การประเมินผล

นักศึกษาจะนำเสนอผลงานและรับการสัมภาษณ์จากอาจารย์ 3 ท่าน โดยคะแนนที่ได้จะเป็นคะแนนเฉลี่ยจากอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน

ข้อดี-ข้อเสียจากการจัดการเรียนการสอน

ข้อดี

1. ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาได้ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน

2. ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะทางภาษาร่วมกันระหว่างผู้เรียนผ่านการฝึกถาม-ตอบคำถามการรายงานโครงงาน และการจับคู่ Role Play และมีการสร้างบรรยากาศการเรียนที่ดี

3. การฝึกบทสนทนาบทบาทสมมติในหัวข้ออิสระ เป็นการเปิดกว้างให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิดในการสร้างเนื้อหาได้อย่างเต็มที่ มีความใกล้เคียงกับการสนทนาจริง

4. การเปรียบเทียบบทสนทนาที่ผู้เรียนคิดเองกับที่อาจารย์สอนเป็นการฝึกให้ผู้เรียนไปได้เรียนรู้ประสบการณ์ การลองผิดลองถูก และนำไปแก้ไขพัฒนาความรู้ของตนให้ดีขึ้น

5. การประเมินผลโครงงานด้วยการสอบสัมภาษณ์ ทำให้นักศึกษากระตือรือร้นที่จะศึกษาหาข้อมูลโครงงานให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

1. การฝึกสนทนาบทบาทสมมตินั้น ผู้สอนควบคุมเนื้อหาได้ยาก

2. การฝึกรายงานและถาม-ตอบคำถามเกี่ยวกับโครงงานเป็นกลุ่มนั้น บางครั้งอาจารย์ผู้สอนดูแลได้ไม่ทั่วถึง

3. การให้ผู้เรียนคิดบทสนทนาก่อนเรียน บางครั้งผู้เรียนคิดไม่ได้และรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากและเป็นอุปสรรคตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้เกิดความท้อแท้ เบื่อหน่าย

ซึ่งผลจากการจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า การจัดการเรียนการสอนในลักษณะนี้ ทำให้นักศึกษามีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาเพิ่มมากขึ้น

ประโยชน์และข้อเสนอแนะจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

1. อาจารย์ผู้สอนจะต้องกระตุ้นให้นักศึกษาพยายามที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะในการใช้ภาษา โดยเน้นให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคต

แนวปฏิบัติที่ดีหรือแนวทางที่ดีที่จะนำไปใช้

          การนำหลัก Monozukuri มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาที่เน้นการฝึกทักษะ ควรกระตุ้นให้นักศึกษาใช้ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ในสถานการณ์ต่างๆที่หลากหลาย เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้ทักษะได้จริงในการทำงาน

ดาวน์โหลดเป็น PDF File (เฉพาะบุคลากรภายในสถาบัน)